Photo Essays | Security | Society | South Asia

slotxoเติมเงินgm: India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

สลากกินแบ่ง 17 มกราคม 63,ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่ปรับตัวลดลง จากตัวทางเศรษฐกิจสำคัญวานนี้ส่วนใหญ่ ออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ พร้อมกับการ Panic Sell ในตลาดหุ้นจีน หลังใกล้ครบกำหนดการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่. สำหรับดัชนี SET ปรับตัวลง นำโดยกลุ่มสื่อสาร เป็นแรงขายต่อเนื่อง หลังจากที่อุตสาหกรรมมีแนวโน้มแข่งขันรุนแรงมากขึ้นมอง SET บ่ายนี้ ยังผันผวนในกรอบ แม้ต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิในตลาดอนุพันธ์กว่า 13,758 สัญญาวานนี้ แต่มองว่าด้วยบรรยากาศการลงทุนที่ไม่ดีมากนัก ส่งผลให้ในระยะสั้นน่าจะยังขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อไป มองกรอบบ่ายนี้ที่ 1,250-1,275 จุดSET Index: แนวรับ 1,252 จุด ถ้าหลุดแนวรับถัดไป 1,240จุดและท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปที่ล่าช้า แต่ปัญหาภายในสหภาพยุโรปยังมีอยู่ โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซ ที่ยืดเยื้อกว่า 2 เดือนในช่วงกลางปี 2558 ได้ยุติลงด้วยการที่กรีซยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดจากเจ้าหนี้กลุ่ม TROIKA (EU, IMF ECB) และ ตามมาด้วยการก่อการร้าของกลุ่ม ISIS เมื่อกลางเดือน พ.ย. เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เมื่อมีการวางระเบิดกรุงปารีส กดดันต่อเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกกลุ่มที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว สะท้อนได้ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นในกลุ่มยูโรโซน หดตัวลงติดต่อกัน 2 เดือนหลังเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย โดยรวมทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง ล่าสุดได้ยืดระยะเวลาในการใช้มาตรการ QE ผ่านการซื้อสินทรัพย์เดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร ออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุด ก.ย. 2559 เป็น มี.ค. 2560 (ระยะเวลานานรวม 25 เดือน จาก มี.ค. 2558 มี.ค. 2560)"นอกจากนี้บริษัท BEM เตรียมผลักดันบริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) บริษัทลูกซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ร้านค้าในรถไฟฟ้าใต้ดิน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อย่างเร็วในช่วงปี 60 หลังต้องการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ขณะที่เป้าหมายรายได้ของ BMN ในปีนี้เติบโต 10% ตามรายได้โฆษณาและพื้นที่ค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น",ด้านบล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) วิเคราะห์แนวโน้มการลงทุนบ่ายนี้ คาดว่าดัชนีหุ้นไทยคงอยู่ในแดนลบต่อ เนื่องจากปัจจัยลบในวันนี้ยังมีน้ำหนักค่อนข้างมาก แม้ว่าในวันนี้จะมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีแนวโน้มราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังเกิดความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและซาอุดิอาระเบีย แต่เชื่อว่ายังไม่สามารถฉุดดัชนีฯช่วงบ่ายให้พลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ พร้อมให้แนวต้าน 1,285 จุด แนวรับ 1,270 จุดอาจเกิดจากแรงขายของสถาบันในประเทศที่ทำการ Redeem เพื่อเตรียมเงินสดรองรับคำสั่งขาย LTF ที่จะมีเข้ามาในช่วงต้นปี โดยกลุ่มสื่อสารเป็นเป้าหมายหลักในการเทขายของสถาบัน (วันนี้ทิ้งดิ่งลงกว่า 4.3%)ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่าแรงกดดันนี้น่าจะอยู่กับตลาดแค่ในช่วง 1-2 วันนี้MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มขึ้นต่อเนื่อง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นลดลงทดสอบระดับ 20SEAFCO ซื้อ ราคาหุ้นฟื้นตัวกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนได้ ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Three White Soldiers สอดคล้องกับเครื่อง DI+ อยู่เหนือ DI- และ MACD เป็นบวก เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 10.00 บาท และถัดไปที่ 10.60 บาทเป็นเพราะการหยุดเตาไป 1 เตาเพื่อบำรุงรักษา อีกทั้งออเดอร์ที่มีการส่งมอบชะลอตัว และการติดตั้งเตาที่อินโดก็เลื่อนไป ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าราคาลงลึกเกินไปคนที่ไม่ได้เข้ารอบก่อน จะมาเข้ารอบนี้ให้ตัดสินใจขณะที่หุ้นกำลังแห้งๆ เพราะว่ากราฟอยู่ใกล้ Oversold และ ไตรมาส 3/58 กลายเป็นไตรมาสที่กำไรชะลอที่สุดผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ในไตรมาส 4 กำไรจะพลิกขึ้นมาเติบโตแรงสูงสุดของปี,การขายหนักในสื่อสารขณะที่กลุ่มอื่นทรงๆ เป็นหลักฐานชั้นดีว่าแรงขายส่วนใหญ่ หลักๆจะมาจากการ Redeem ของสถาบันในประเทศเพื่อเตรียมเงินสดรองรับคำสั่งขาย LTF ที่ครบกำหนด เการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบในวันนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า ธนาคารกลางจีนยังคงยึดมั่นในนโยบายผ่อนคลายการเงินโดยดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 21,409.20 จุด ลดลง 505.20 จุด, -2.31% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียเปิดวันนี้ที่ 26,116.52 จุด ลดลง 44.38 จุด, -0.17%。 การขายหนักในสื่อสารขณะที่กลุ่มอื่นทรงๆ เป็นหลักฐานชั้นดีว่าแรงขายส่วนใหญ่ หลักๆจะมาจากการ Redeem ของสถาบันในประเทศเพื่อเตรียมเงินสดรองรับคำสั่งขาย LTF ที่ครบกำหนด เ เงินบาทเปิด 36.13/15 แนวโน้มอ่อนค่าตามภูมิภาค มองกรอบ 36.10-36.30 แนะนำซื้อ GC โดยมีแนวรับที่ 4.20 และ 4.14 และมีแนวต้านที่ 4.50 และ 4.60 เป็นจุดขายทำกำไรสื่อต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารกลางจีนวางแผนที่จะอัดฉีดเงินมูลค่า 1.30 แสนล้านหยวน หรือ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ระบบการเงินในวันนี้ เพื่อลดความตื่นตระหนกของนักลงทุน หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนถูกกระหน่ำขายอย่างหนักถึง 7% เมื่อวานนี้ จนทำให้ตลาดหุ้นจีนตัดสินใจใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ เพื่อลดความผันผวนของตลาด 3. ค่าเงินสกุลต่างๆ ในภูมิภาคเอเซียปี 2558 อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (อ่อนค่าต่อเนื่องจากปี 2557) สาเหตุหลักมาจากปัญหาเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ และ ผลกระทบจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่า 9% เป็นลำดับที่ 2 รองจากริงกิตมาเลเซียที่อ่อนค่าถึง 18% (ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดลงรุนแรงเนื่องจากมาเลเซียมีรายได้หลักมาจากการส่งออกน้ำมัน ซึ่งคิดเป็น 22% ของรายได้ทั้งหมด) เช่นเดียวกับรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าถึง 9% ตามมาด้วยเปโซฟิลิปปินส์ อ่อนค่า 5% และหยวนอ่อนค่า 4% (หลังจากปรับลดค่าเงินไปเมื่อกลางเดือน ส.ค. 2558 ที่ผ่านมา) ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเช่นกัน โดยอ่อนค่า 9%ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นสองมหาอำนาจในตะวันออกกลาง หลังจากที่ทางการซาอุดิอาระเบียสั่งประหารชีวิตนักโทษคดีก่อการร้าย 47 ราย รวมถึง นิมร์ อัลนิมร์ นักการศาสนาชื่อดังชาวชีอะห์ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2554เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีสถานทูตและสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะราน จนเป็นเหตุให้ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน。

SET Index ปรับลดลง 4.84 จุด (-0.38%) ปิดภาคเช้าที่ 1,258.57 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 23,699.24 ล้านบาทเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักหลังจากตลาดหุ้นจีนดิ่งลงอย่างรุนแรง อันเป็นผลมาจากข่าวด้านลบภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงข่าวที่ว่าธนาคารกลางจีนได้ตัดสินใจไม่ขยายวงเงินสินเชื่อให้กับธนาคารไชน่า ดีเวลลอปเมนท์ แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารตามนโยบายของแบงก์ชาติจีน โดยการตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางจีนมีเป้าหมายที่จะคุมเข้มนโยบายการเงิน ,2. ความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ เป็นครั้งแรกของสหรัฐในรอบ 9 ปี ในที่สุด ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ไปอยู่ที่ 0.5% ในการประชุม 15 -16 ธ.ค. 2558 เนื่องจากเห็นว่า ตลาดแรงงานมีการฟื้นตัวแข็งแกร่ง จนทำให้อัตราการว่างงานล่าสุดลดลงเหลือ 5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดและเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ และหนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากตลาดบ้านทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง ปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันตั้งแต่กลาง 2557 ทั้งนี้แม้ดัชนีภาคการผลิตยังส่งสัญญานการฟื้นตัวอย่างล่าช้าก็ตาม (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของ ISM ยังคงชะลอตัว 5 เดือน) และอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ล่าสุด 0.5% yoy (ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 2%) ทำให้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (ในประชุม Fed ที่เกิดขึ้นในปีนี้ 2559) น่าจะมีการขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก ทั้งนี้ FED ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายสิ้นปี 2559 จะอยู่ที่ 1.375% (หรือขึ้นอีกราว 0.875% โดยมีการคาดว่าจะขึ้น 4 ครั้ง) ภายใต้สมมติฐานหลักคือ GDP Growth จะเติบโต 2.4% ในปี 2559 และ คาดอัตราการว่างงานจะลดลงมาอยู่ที่ 4.7% ซึ่งจะต้องติดตามผลการประชุมของ FED ในรอบถัดไป ( 26-27 ธ.ค. 2559)อัตราผลตอบแทนพันธบัตรหมายเลข 341 ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ปิดที่ 0.260% ลดลง 0.005% จากระดับปิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดโตเกียวปิดทำการในวันพฤหัสและวันศุกร์ เนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนราคาสัญญาพันธบัตรอายุ 10 ปี ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 0.07 จุด แตะ 149.11 ที่ตลาดหุ้นโอซาก้า?ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ดี บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ไม่สามารถที่จะยืนยันหรือรับรองความถูกต้องของข้อมูลเหล่านี้ได้ ไม่ว่าประการใดๆ บทวิเคราะห์ในเอกสารนี้ จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ทางวิชาการเกี่ยวกับหลักการวิเคราะห์ และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่านสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 119.31 เยน จาก 120.18 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 1.0020 ฟรังก์ จาก 1.0019 ฟรังก์SET ปิด 1,263.41-24.61 จุด,ขณะที่คาดว่าจะมีมูลค่าระดมทุนจากการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ต่างๆ อีกในปีนี้ราว 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้มูลค่าระดมทุนรวมของทั้งตลาดในปีนี้สูงถึง 5.2 แสนล้านบาท บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ยังมีต่อตลาดหุ้นไทย ,กังวลเศรษฐกิจจีน และแรงขายกลุ่มสื่อสาร กดดัน SET แรงกว่าคาดINTUCH มูลค่าการซื้อขาย 1,646.54 ล้านบาท ปิดที่ 46.50 บาท ลดลง 3.00 บาท โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทนั้นค่อนข้างจำกัดจากมุมมองต่ออนาคตของอุตสาหกรรมเรือขนส่งสินค้าและการให้บริการนอกชายฝั่งที่ยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นได้หากผลประกอบการของบริษัทดีกว่าที่ประมาณการเป็นระยะเวลานาน3. ค่าเงินสกุลต่างๆ ในภูมิภาคเอเซียปี 2558 อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (อ่อนค่าต่อเนื่องจากปี 2557) สาเหตุหลักมาจากปัญหาเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ และ ผลกระทบจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่า 9% เป็นลำดับที่ 2 รองจากริงกิตมาเลเซียที่อ่อนค่าถึง 18% (ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดลงรุนแรงเนื่องจากมาเลเซียมีรายได้หลักมาจากการส่งออกน้ำมัน ซึ่งคิดเป็น 22% ของรายได้ทั้งหมด) เช่นเดียวกับรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าถึง 9% ตามมาด้วยเปโซฟิลิปปินส์ อ่อนค่า 5% และหยวนอ่อนค่า 4% (หลังจากปรับลดค่าเงินไปเมื่อกลางเดือน ส.ค. 2558 ที่ผ่านมา) ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเช่นกัน โดยอ่อนค่า 9%นอกจากนี้ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมยังพิจารณาการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่มีผู้เสนอให้เปิดเสรี โดยทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เสนอโครงการนำร่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หน่วยงานละ 50 เมกะวัตต์ แต่จะยังไม่เป็นการเปิดเสรี โดยจะดูผลถึงสิ้นปีนี้ก่อน ฮั่งเส็งปิดเช้าลบเพียง 3.64 จุด ขณะตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวด้านบล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ (4 ม.ค.) แนะนำ COM7 เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ย้อนรอย 6 ปัจจัยสำคัญกดดันตลาดหุ้นตลอดปี 2558 ,ระยะกลางแกว่งในกรอบ sideway up หรือในกรอบระหว่าง 125-154 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 124 บาทแนวรับ : 1,255 / 1,250 จุด , แนวต้าน : 1,270 / 1,280 จุดมอง SET บ่ายนี้ ยังผันผวนในกรอบ แม้ต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิในตลาดอนุพันธ์กว่า 13,758 สัญญาวานนี้ แต่มองว่าด้วยบรรยากาศการลงทุนที่ไม่ดีมากนัก ส่งผลให้ในระยะสั้นน่าจะยังขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อไป มองกรอบบ่ายนี้ที่ 1,250-1,275 จุด。

The Indian Air Force so far has carried out 98 sorties from 11 countries to airlift oxygen-related supplies and other equipment for use back home.

This article is free

The Diplomat has removed paywall restrictions on our coverage of the COVID–19 crisis.

India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

A C17 aircraft offloading oxygen containers from Israel at Indore

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

Three empty cryogenic oxygen containers transported from Singapore being offloaded at Panagarh

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

Equipment for oxygen generation plant transported to the border state of Nagaland

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

Oxygen containers being loaded onto an IL-76 aircraft at Dubai in United Arab Emirates

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

Empty cryogenic containers being offloaded by a C-17 aircraft at Ranchi

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

Two C 130 aircraft from Singapore delivering 256 oxygen cylinders at Panagarh

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

Two empty cryogenic oxygen containers being transported from Jodhpur to Jamnagar by a C-17 aircraft

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

An empty cryogenic oxygen container being airlifted from Indore to Jamnagar by a C17 aircraft

Credit: Indian Air Force
India’s Air Force Steps Forward as Citizens Scramble for Oxygen

An IL-76 aircraft transporting oxygen containers from Indonesia to India

Credit: Indian Air Force

As India continues to grapple with its second wave of the COVID-19 pandemic, the country’s military has stepped up efforts to assist the government by transporting oxygen containers and medical supplies.

Hospitals across the country are reeling under a severe shortage of medical oxygen and beds in view of the drastic spike in the number of COVID-19 cases. The Indian Air Force (IAF) has been airlifting oxygen containers and tankers from abroad to various filling stations in the country to expedite the distribution of medical oxygen for the treatment of the patients.

Many deaths have been reported across the country as a result of a lack of oxygen, with the situation in the capital city of New Delhi among the worst in the country. As of May 12, the total number of coronavirus cases in the country was 2,33,40,938, out of which 37,04,099 were active cases; 2,54,197 people had died while 1,93,82,642 had recovered.

As many as 533 of the country’s 718 districts have reported a test positivity rate of over 10 percent, underscoring the colossal spread of the novel coronavirus infection in the country in recent weeks. The most affected states are Maharashtra, Karnataka, Kerala, Uttar Pradesh and Rajasthan.

Up to the second week of this month, the IAF had conducted 98 sorties from 11 ?countries — Singapore, United Arab Emirates, Thailand, Germany, Australia, Belgium, Indonesia, the Netherlands, United Kingdom, Israel and France — airlifting 95 oxygen containers and generators weighing 793 metric tons, and other equipment weighing 204 metric tons, which have been distributed to different destinations across the country.

Air Vice Marshal M Ranade was quoted by the media as saying that the IAF has deployed 42 transport aircraft for COVID-19 relief tasks including 12 heavy lift and 30 medium lift aircraft which are being utilized to bring in relief measures, personnel and material from abroad.

Besides the IAF, the army and navy have also stepped in to provide assistance in the transportation of medical oxygen and equipment for the treatment of Covid-19 patients. An official pointed out that the sorties would continue to transport equipment from abroad until the situation comes under control.