Trans-Pacific View | Society

best mmorpg switch: How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America

หวย ออก 16 กุมภาพันธ์ 63,รวมถึงยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจอะโรเมติกส์จะดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 หลังจากที่สเปรด PX มีแนวโน้มดีขึ้น โดยนับตั้งแต่ต้นไตรมาสจนถึงปัจจุบันสเปรด PX เฉลี่ยอยู่ที่ 279 ดอลลาร์/ตัน เท่ากับค่าเฉลี่ยทั้งปีที่แล้ว และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาส 1/58 ที่ระดับ 255 ดอลลาร์/ตัน หลังจากลงไปทำระดับต่ำสุดเมื่อเดือนเม.ย.57 ที่ระดับ 180 ดอลลาร์/ตันจากเหตุระเบิดโรงงาน PX ในจีนเมื่อเร็วๆนี้ แต่ยังต้องจับตาว่าโรงงานดังกล่าวจะกลับมาผลิตได้ตามเป้าหมายในต้นไตรมาส 4/58 หรือไม่ รวมถึงกำลังผลิตใหม่ของโรงงาน PX ของบริษัทในอินเดียขนาด 2 ล้านตัน/ปีที่จะเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเบื้องต้นปริมาณการผลิตส่วนใหญ่จะใช้ในโรงงาน PTA ของกลุ่มบริษัทดังกล่าวนับตั้งแต่การก่อตั้ง บริษัทเน้นให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้วเป็นหลัก ปัจจุบันตลาดหลักของบริษัทคือสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วที่ผ่านการใช้งานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยมูลค่าสินเชื่อคงค้างของบริษัทค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 2,500 ล้านบาทมาตั้งแต่ปี 2548 ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2557 บริษัทมียอดสินเชื่อคงค้างเท่ากับ 2,503 ล้านบาท ประกอบด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 99% และสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการเต็นท์รถยนต์มือสอง (หรือสินเชื่อ Floor Plan) อีก 1% โดยล่าสุดบริษัทมีสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 2,511 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558ขั้นตอนจากนี้จะเป็นการเจรจาระหว่างกสทช.กับ Thai TV เพือบริษัทกลับมาเป็นผู้ดำเนินธุรกิจต่อไป อย่างไรก็ตามหากไม่สำเร็จจะทำให้เกิดความเสียหายกับ BBL ซึ่งธนาคารมีสิทธิที่จะฟ้องไล่เบี้ยต่อกับ Thai TV อีกทอดหนึ่ง โดยจำนวนเงิน 1.6 พันล้านบาทคิดเป็น 3.5% ของกำไรสุทธิของธนาคารสำนักข่าวอินโฟเควสท์ว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.3 ดอลลาร์ หรือ 0.11% ปิดวานนี้ (27 พ.ค.) ที่ระดับ 1,185.60 ดอลลาร์/ออนซ์, สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 9.9 เซนต์ ปิดที่ 16.647 ดอลลาร์/ออนซ์, สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 5.1 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,119.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 4.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 785.00 ดอลลาร์/ออนซ์" สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ KBANK-F มูลค่าสูงสุด 312.62 ลบ.",อย่างไรก็ดี หากมีการปรับแนวเส้นทาง ด้านตะวันตก ซึ่งจะก่อสร้างเป็น เฟส 2 จะทำให้เกิดความล่าช้าทั้งโครงการ เนื่องจากต้องดำเนินการตามขั้นตอนใหม่ทั้งหมด คือ จัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) บริเวณแนวที่ปรับใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี และต้องเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ใหม่ จึงจะเสนอครม.ได้ขณะที่หุ้นรายตัวผันผวน โดยกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นได้ ได้แก่ Call DW กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หลังจากที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้นจากข่าวการลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงและเส้นทางเศรษฐกิจสายใต้ เช่น ITD28C1508A +50.0% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +1.4% STEC28C1508A +14.3% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +2.4% นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสายการบินและการท่องเที่ยวที่ปรับตัวขึ้น เช่น THAI28C1507A +37.5% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +5.3% เป็นต้น ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวลงได้แก่ กลุ่มพลังงาน ซึ่งส่งผลให้ Put DW ปรับตัวขึ้น เช่น PTT28P1511A +6.0% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -1.4%หุ้นปันผลสูง ยังเป็นกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ซื้อ INTUCH: สำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว เราประเมิน Downside Risk ไม่มากนักจากระดับปัจจุบัน แต่ Sentiment ระยะสั้นยังถูกดดันจากปัญหาหนี้กรีซสัปดาห์หน้า ทำให้กลุ่มหุ้นปันผลยังเป็นกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจช่วงนี้ โดยเฉพาะ INTUCH ที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลกลางปีให้อัตราผลตอบแทน ~3% และระยะ 12-24 เดือนข้างหน้าที่ 6-6.7% GCAP เตรียมรับเต็ม หลังครม. อนุมัติเงินช่วยเหลือชาวนา News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 27 พ.ค.58 เห็นแบบนี้ก็หมายความว่ากำไรก่อนภาษีในไตรมาส 2 นี้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทแน่ถ้าไม่ทันก็ไปใส่เต็มๆ ใน Q3 เลย ถือเป็นข่าวดี ขณะที่เรื่องการร่วมธุรกิจกับ Super+Genco นั้นยังมีดีๆ อะไรอีกเพียบรอดูกันสักพักเด็กแนวว่าราคาหุ้น TFD แม้จะอืดอาดในระยะนี้ แต่ก็ลงติดแนวรับ และกำลังจะวกกลับไปยังแนว uptrend เดิม น่าสะสมถือลงทุน ใครชอบแม่ก็เอาแม่ แต่บ่ายนี้บังเอิญชอบลูก TFD-W3 ลุ้นต้าน 2-2.20 บาทกันเถอะโดยการเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างฐานเงินทุนให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าประมูลงานก่อสร้างภาครัฐและภาคเอกชน ที่คาดว่าจะมีงานเพิ่มมากขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจรวมทั้งให้ AIE ส่งความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ (AC) ที่มีต่อรายงานผลการตรวจสอบของผู้ตรวจสอบภายในของ AIE ในประเด็นที่ผู้สอบบัญชีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับต้นทุนขายและสินค้ำคงเหลือ ภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่ AC พิจารณารายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวโดยจะรื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธินก่อนจากนั้นจึงเป็นการรื้อสะพานข้ามแยกเกษตร โดยให้เอกชนเสนอแผนการจราจรโดยเร็วที่สุดเพราะจะต้องมีการนำเสนอแผนไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)เพื่อให้มีการอนุมัติเห็นชอบและออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรจึงจะสามารถปิดล้อมพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ BBL ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.125-0.25% มีผล 26 พ.ค., นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงการคาดการณ์มูลค่าการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ตลอดทั้งปี 2558 ซึ่งมีแนวโน้มทะลุ 1 ล้านล้านบาท จากทิศทางการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมไทยในปีนี้ ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ค่อนข้างสดใสขณะเดียวกันยังมีปัจจัยความกังวลในเรื่องของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) และการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย( NIM) ของกลุ่มธนาคาร รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงจนหลุด 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลลงมา อย่างไรก็ตามมีสัญญาณบวกจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาลงทุนต่อเนื่องในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา มูลค่าราว 7.3 พันล้านบาทโดยที่ธนาคารกสิกรไทยมีจุดแข็งในเรื่องเครือข่าย และเป็นธนาคารที่ดูแลลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนญี่ปุ่นสามารถเจรจาธุรกิจกับไทย และประเทศในกลุ่มเออีซีผ่านเครือข่ายพันธมิตรของธนาคารได้อย่างครบวงจร สอดคล้องกับนโยบายไทยบวกหนึ่ง (Thailand Plus one) ของรัฐบาลญี่ปุ่นML ก่อตั้งในปี 2543 ด้วยทุนจดทะเบียน 90 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วอยู่ที่ 484 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2558 บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท ได้ประกาศขายสัดส่วนการลงทุนทั้งหมดในบริษัท หรือคิดเป็น 46.98% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว โดยกำหนดเงื่อนไขว่าราคาขายจะต้องไม่ต่ำกว่า 2.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ระหว่างเดือนธันวาคม 2557 จนถึงเดือนมกราคม 2558 บริษัทไมด้า แอสเซ็ท ได้ลดสัดส่วนการลงทุนในบริษัทลงจาก 60% เป็น 46.98% โดยทยอยขายหุ้นของบริษัทที่บริษัท ไมด้า แอสเซ็ทถืออยู่รวม 13.02% ทั้งนี้ บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท ต้องการขายหุ้นทั้งหมดในบริษัทเพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับมุ่งเน้นการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท BBL ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.125-0.25% มีผล 26 พ.ค.ส่วนผลสำรวจของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ ปรับตัวขึ้น 5.04% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.99% ของเดือนก.พ. และสูงกว่าระดับ 4.60% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้。

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดตลาดรอบเช้า (27 พ.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 450 ล้านบาท ปีนี้ถือเป็นปีที่ดีสำหรับการขยายตลาดสู่ภาคเอกชนขนาดใหญ่ เพราะตลาดยังมีช่องว่างให้เข้าไปเพิ่มฐานลูกค้า อีกทั้งยังมีแผนร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าเจาะตลาดใหม่ เพื่อปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อนอกเหนือจากสินค้าไอที เพราะ ลีซ อิท ไม่ใช่แค่ ลีซ ไอที แต่เราคือผู้ให้บริการสินเชื่อที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างครบวงจร นายสมพล กล่าว อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งยังหวังว่าบริษัทจะสามารถดำรงฐานทุนที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเอาไว้ได้ ซึ่งฐานทุนที่แข็งแกร่งจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการชำระหนี้ที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบของสภาวะเศรษฐกิจที่สูงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ หากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ก็อาจทำให้บริษัทต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างเงินทุนอย่างมีนัยสำคัญได้สำหรับสหรัฐเองหลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในปีนี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งล่าสุดข้อมูลเศรษฐกิจสดใสจากรายงานยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 6.8% ในเดือนเม.ย. จากดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐปรับตัวขึ้นในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 95.4 ในเดือนพ.ค.ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจและหนุนการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐมากขึ้น สร้างแรงหนุนต่อเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นเป็นปัจจัยสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำสำหรับการยุตินโยบายเปิดน่านฟ้าเสรีจะจำกัดจำนวนเที่ยวบินต่างชาติใหม่ๆ ที่จะมาลงจอดในประเทศไทย โดยที่ไม่ได้มีผลต่อสายการบินเดิมที่ได้รับอนุญาตลงจอดอยู่แล้ว, หุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก จับตาสถานการณ์หนี้กรีซราคาดีดขึ้นมาแกว่งตัวเหนือเส้นต้นทุนเฉลี่ยระยะสั้นได้ทั้งในกราฟรายวันและรายสัปดาห์ โดยมีทั้งวอลุ่มที่หนาตาขึ้น และการฟอร์มตัวที่ดีของ Indicators ต่างๆ ช่วยสนับสนุน ดังนั้นถ้าไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับอีก ก็มีลุ้นดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ SET Index เปิดอ่อนตัวลงตามตลาดภูมิภาค ก่อนฟื้นขึ้นมาปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,495.08 จุด -2.90 จุด (-0.19%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมาที่ 15,797.98 ลบ.SALEE ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มดีดตัวฟื้นขึ้นด้วยรูปแบบ Tweezers Bottom กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 1 สัปดาห์ ด้วยปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น เครื่องมือ MACD กลับมาตัด Signal ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรตามการฟื้นตัว แนวต้านแรก 1.50 บาทและแนวต้านถัดไปบริเวณ 1.60 บาท,หวย ออก 16 กุมภาพันธ์ 63,บล.เคเคเทรด ระบุเทคนิคเช้าTRUE น่ารอซื้อแนวรับ 11 , 10.80 แนวต้าน 12 , 12.30 มองราคาหุ้นปิดเป็นแนวโน้มทางแกว่งตัวปรับฐาน คาดว่าราคาจะลงทดสอบแนวรับแล้วดีดขึ้นได้ น่ารอซื้อแนวรับ SET Index เปิดอ่อนตัวลงตามตลาดภูมิภาค ก่อนฟื้นขึ้นมาปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,495.08 จุด -2.90 จุด (-0.19%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมาที่ 15,797.98 ลบ.นับตั้งแต่ปี 2553 ฐานทุนของบริษัทค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยอัตราส่วนของผู้ถือหุ้นต่อสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 54.6% ณ สิ้นปี 2557 จาก 38.6% ณ สิ้นปี 2553 ซึ่งเป็นผลมาจากการทำกำไรอย่างต่อเนื่องของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา จึงถือได้ว่าบริษัทมีฐานทุนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่อาจจะไม่เพียงพอต่อการขยายสินเชื่อในอนาคตหากบริษัทไม่ใช้เงินกู้เพิ่มเติม การขยายฐานสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญจะเป็นความท้าทายที่สำคัญของบริษัท โดยในขณะนี้บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง อีกทั้งยังไม่มีแหล่งเงินทุนที่แน่นอนเหมือนคู่แข่งรายอื่นผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT ณ เวลา 10.28 น. อยู่ที่ระดับ 4.84 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 2.98% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 126.31 ล้านบาท ราคาหุ้นขยับขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ยืนที่ระดับ 3.92 บาท เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 58 จนถึงล่าสุดหุ้นปรับตัวขึ้นแล้ว ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,751.64 จุด ลดลง 12.43 จุด, -0.70%นอกจากนี้ บริษัท พีเจที เทคโนโลยี จำกัด ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 โดยตกลงขายพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 6.5 เมกกะวัตต์ต่อ 1 โครงการ รวม 2 โครงการ สามารถขายไฟฟ้าได้ 13 เมกกะวัตต์ นอกเหนือจากค่าพลังงานไฟฟ้าที่บริษัท พีเจที เทคโนโลยี จำกัด ได้รับจากการขายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว บริษัท พีเจที เทคโนโลยี จำกัด ยังได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก จากพลังงานหมุนเวียนสำหรับพลังงานขยะ (หรือที่เรียกว่า ADDER) ในราคา 3.50 บาทเป็นระยะเวลา 7 ปีนับจากวันที่เริ่มขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขณะเดียวกันยังมีปัจจัยความกังวลในเรื่องของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) และการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย( NIM) ของกลุ่มธนาคาร รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงจนหลุด 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลลงมา อย่างไรก็ตามมีสัญญาณบวกจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาลงทุนต่อเนื่องในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา มูลค่าราว 7.3 พันล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ได้เข้าเก็บหุ้น บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) หรือ POST จำนวนสัดส่วน 2.18% รวมเข้าถือสัดส่วนทั้งหมด 5.87%ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.70-4.30 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.60 บาท、แนวรับ 11.10-11.30 บาท บาทปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า วันนี้ขึ้นมา test ที่ 33.78(บาท/ดอลลาร์)แต่ไม่ผ่านก่อนที่จะย่อลงมาปิดที่ 33.72/73(บาท/ดอลลาร์) นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ระหว่าง 33.60-33.80 บาท/ดอลลาร์,โดย AIE และ AI ต้องส่งงบการเงินงวดปี 2557 ฉบับแก้ไข และงบการเงินงวดไตรมาส 1/2558 ต่อ ก.ล.ต.โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ AIE ต้องส่งความเห็นของ AC ที่มีต่อรายงานผลการตรวจสอบของผู้ตรวจสอบภายในของ AIE ในประเด็นที่ผู้สอบบัญชีมีข้อสงสัยต่อ ก.ล.ต. เพื่อใช้ประกอบกำรพิจารณาดำเนินการต่อไป สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ KBANK-F มูลค่าสูงสุด 312.62 ลบ.แนวรับ 1.28 แนวต้าน 1.40。

Trump’s encouragement of white supremacy and his strident anti-China rhetoric proved a toxic combination for Asian Americans.

How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America
Credit: Official White House photo by Tia Dufour

If there is anything that can be more callous, more vicious, and more capable of gripping and crushing people’s hearts during the pandemic than the COVID-19 virus, hate crimes and xenophobic violence against racial minorities and vulnerable groups are definitely at the top of the list.

Anti-Asian violence has surged in the United States during the COVID-19 pandemic and the trend has yet to show any significant signs of abating. A large number of verbal and physical attacks against Asian Americans have been reported, especially since last year. The most notorious example was the mass shooting in Atlanta on March 16, when Robert Aaron Long, a 21-year-old white man, killed eight people, of which six were Asian women. In a news report covering this cold-blooded shooting, Australia Broadcasting Corporation (ABC) said the shooting brought new urgency to the outrage against former President Donald Trump’s racist rhetoric against Asian Americans, and particularly Chinese Americans.

According to the Pew Research Center, Chinese Americans are the largest Asian origin group in the U.S., making up 23 percent of the country’s Asian population, or 5.4 million people. Asian Americans are projected to be the nation’s largest immigrant group by the middle of the century.

But now anger, fear, uncertainty, and loss are gripping many Asian American communities in the United States. According to another Pew Research survey in April 2021, 32 percent of Asian adults who participated in the survey say they have feared being threatened or physically attacked, while 81 percent say violence against Asian Americans is increasing. One in five U.S. Asians cites former President Donald Trump as the main reason for the rise in violence against Asian Americans.

On many issues, including immigration and race, Donald Trump has ignited intemperate anger in many Americans, some of whom seem to hold very xenophobic or even extremist stands and viewpoints. Alejandro Mayorkas, the U.S. secretary of homeland security, claimed that domestic violent extremism poses the most lethal and persistent terrorism-related threat to the United States today. The brutality and the widespread fear it created in many Asian communities in the U.S. suggest that hate crimes in the form of random, unprovoked, and undifferentiated violence against Asian Americans should be considered a part of the threat Mayorkas mentioned.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In the present reality, if you are an ethnic Asian who happens to live in the United States, you may need to watch over your shoulder even when going out jogging or shopping.

“Hate crimes were on the rise even before COVID,” Dr. John Merrill, a non-resident scholar at George Washington Institute for Korean Studies, George Washington University, told The Diplomat in an interview. “A large part of the blame was Trump’s habitual use of racially charged expressions.”

Many have cited former President Trump as one of the top reasons for the widespread and rapid growth of violence against Asian Americans, especially since the outbreak of the COVID-19 pandemic.

According to a recently released report by the Center for the Study of Hate & Extremism at California State University, San Bernardino, anti-Asian hate crimes in 16 of the largest U.S. cities increased 145 percent in 2020. Quoting FBI data, the report indicates that anti-Asian hate crime incidents surged notably during the Trump administration after an overall and continuous drop since the mid-1990s.

Even though the World Health Organization has made it clear that place-specific disease names could provoke a backlash against members of particular religious or ethnic communities and may bring serious consequences for peoples’ lives and livelihoods, Trump and several members of his administration repeatedly used very racist terms in addressing the COVID-19 pandemic. That did not happen in a vacuum: U.S. domestic xenophobic resentments had been on the rise even before the pandemic, especially since Trump took office. As Angela Gover, Shannon Harper, and Lynn Langton pointed out in a paper published in the American Journal of Criminal Justice, the prejudiced attitudes and actions on the individual level may be significantly reinforced by institutional-level support during times of crisis or great change, including the coronavirus pandemic.

A peer-reviewed journal, the American Journal of Public Health, has also published a study on the association of Trump’s racist tweets with anti-Asian sentiments. The study, which was conducted by a group of scholars at the University of California San Francisco, claims that “When comparing the week before March 16, 2020, to the week after, there was a significantly greater increase in anti-Asian hashtags associated with #chinesevirus compared with #covid19.” According to the study, Trump’s tweet about the “Chinese virus” on that date “was directly responsible for a major increase in anti-Asian hashtags… and the use of terms like ‘Chinese virus’ and ‘kung flu,’ which Trump publicly said at a rally in June (2020), have come alongside a rise in racist sentiment toward Asians in the U.S.”

Also, Elliot Benjamin, a scholar at Capella University at Minneapolis in Minnesota, examined the relationship between Trump and the coronavirus pandemic in the context of xenophobia against Asian Americans. Benjamin pointed out that many of the statements and policies by Donald Trump are “completely antithetical to the basic premises of humanistic psychology that involve engaging in empathic, authentic relationships with people.”

Trump himself, predictably, resisted any responsibility, as the following exchange, from a press conference in March last year, reveals:

Question: What’s the concrete measure that you’re taking to combat the hate crimes against Asian (Americans)?

THE PRESIDENT: Well, I don’t know. All I know is this: Asian Americans in our country are doing fantastically well.

How could Trump’s words and deeds, particularly his name-calling and finger-pointing amid the pandemic, lead to such a shocking rise in Anti-Asian hate crimes? Trump’s comments must be seen in the context of his embrace of white supremacy as a weapon in his war against everything and everyone he dislikes, including the non-white immigrants and minority racial groups.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an analysis for CNN, Vivien Tsou, national field director for the National Asian Pacific American Women’s Forum, argued that Asian Americans “did not face distinct peril but were targeted by the same forces of hate endured by Black Americans.” As Tsou said, “it all stems from White Supremacy.” The analysis also pointed that “even though Trump is no longer in office, much of the Republican Party can’t shake its relish for raising the specter of outsiders – often people of color – while hinting that they threaten majority White American culture.”

“[H]ate crimes against newly arrived immigrants have been around for a long time. Over the years, different minorities were targeted – whether they were Chinese, Irish, Italian, or Jewish-American,” Merrill told The Diplomat. “When there were fears about a new contagious disease and if the public perceived an association with a specific ethnic group, existing prejudices were exacerbated and hate crimes increased. In recent years, we’ve seen this happen with AIDS and Haitians; SARS and Chinese; and Ebola and West Africans.”

As a maverick political figure with a sizeable popularity base, Trump’s words and deeds, even when they shock the conscience, often generate lasting consequences. For example, amid all the finger-pointing at China and allegations that the Chinese are stealing American jobs, Trump and his administration started an unprecedented trade war with China. This has yet to bring many jobs back to the United States, however, as it is U.S. companies themselves, driven by the force of market competition, that are “stealing” American jobs.

More recently, by constantly blaming China for the pandemic, using racist terms like “Chinese virus” and “kung flu,” Trump reignited and further aggravated the long-held and deeply entrenched xenophobic resentment in U.S. society, which he and his party could use for various political ends. It’s notable that, when the U.S. House of Representatives passed a non-binding resolution in September 2020 to denounce anti-Asian racism, including terms like the “Wuhan virus,” 164 Republicans voted against it, and only 14 voted in favor. More recently, Congress overwhelmingly passed new legislation addressing the rise in hate crimes against Asian Americans. Every single vote against the bill came from Republicans.

For now, it appears that Trump has left Biden with an overall acceptable blueprint and framework for approaching relations with China, now perceived as the United States’ primary peer competitor. But with respect to fighting the pandemic and especially dealing with the surging domestic racial conflicts and hate crimes, including those against Asian Americans, Trump has left the Biden administration a complete mess. The big problem is how to fight rising attacks and harassment against racial groups amid cresting white nationalism and domestic extremism. To note, the number of hate incidents reported to Stop AAPI Hate, an organization created in 2020, increased significantly from 3,795 to 6,603 during March 2021.

Merrill was encouraged by the recent legislation, calling it “a good first step in reducing Anti-Asian hate crimes.” But he expressed concern that “the current wave of anti-Asian violence will end only when the pandemic is over.”

“Conceivably, it could even get worse before it gets better, especially if the lab-leak theory of COVID’s origin gains more traction,” Merrill added.

Indeed, even as I was working on this article, my cellphone suddenly alerted me that a 55-year-old Chinese woman had been “knocked out in unprovoked attack in NYC’s Chinatown” on June 1.