New Leaders Forum

shenmue: Security and the Life Sciences

mafia ฟรี เครดิต 50,สำหรับ DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น S5028C1506B +33.3% S5028C1506A +23.4% และ S5028C1509A +16.2% เป็นต้น ส่วนทางด้าน DW บนหุ้นรายตัว นักลงทุนให้ความสนใจ DW ในหลายกลุ่ม โดย DW28 ที่ได้รับความสนใจ เช่น PTT28C1510A TRUE28C1509B และ JAS28C1511A เป็นต้น เงินเยนอยู่ที่ระดับ 123.57 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 123.12/18 เยน/ดอลลาร์、นายจุมพล เตชะไกรศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีกรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชฯ) หรือ TKT เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 จะยังขาดทุน แต่ขาดทุนลดลงจากไตรมาส 1/58 ที่ขาดทุนอยู่ที่ 4.74 ล้านบาท ซึ่งการเปลี่ยนโมเดลรถของโตโยต้า ทำให้มีการเปลี่ยนแบบชิ้นส่วนที่บริษัทรับจ้างผลิต ส่งผลต่อการใช้กำลังการผลิตของบริษัท และผลกระทบต่อยอดขายของบริษัท ขณะที่ช่วงไตรมาส 2/58 การเปลี่ยนโมเดลดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้วแนวรับ 5.45 แนวต้าน 6.00หุ้นทั้ง 10 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S P 500 ทะยานขึ้นถ้วนหน้า ซึ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุด โดยหุ้นอินเทล และไมโครซอฟท์ ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 1.8% หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 1.2% ขณะที่หุ้นเฟซบุ๊ก และหุ้นไอบีเอ็ม ต่างก็ทะยานขึ้นกว่า 1.8%ฟิทช์มองว่าส่วนแบ่งทางการตลาดด้านรายได้ของ DTAC ซึ่งปรับตัวลดลง ไม่น่าจะมีผลกระทบในแง่ลบต่ออันดับเครดิตทันที เนื่องจากอันดับเครดิตได้พิจารณาถึงการแข่งขัน และการลงทุนที่สูงขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ DTAC จะยังคงแข็งแกร่ง และอัตราส่วนหนี้สินยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอันดับเครดิตปัจจุบัน บริษัทมีแผนที่จะเน้นการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากกว่าการแข่งขันด้านราคา ฟิทช์เชื่อว่า DTAC จะยังคงได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ภาครัฐ (Regulatory cost) ที่ปรับตัวลดลง หลังจากที่บริษัทย้ายผู้ใช้บริการไปยังระบบใบอนุญาต จากระบบสัมปทาน,แนวรับ 4.60 บาท แนวต้าน 4.86 บาท ซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 10.00 บาท และ ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 8.80 บาททั้งนี้ หากรวมมูลค่า บิ๊กล็อต ทั้ง 2 วันนั้นรวมแล้วมีมูลค่าถึง 1.7 หมื่นล้านบาท ในราคาเฉลี่ยเดียวกันคือ 12.44 บาทต่อหุ้น ขณะที่ธุรกิจหลักของบริษัทคือการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลในปีนี้มีปริมาณอ้อยเข้าหีบมากขึ้นเป็น 1.95 ล้านตัน จากปีก่อนที่ 1.7 ล้านตัน แม้ว่าแนวโน้มของราคาน้ำตาลในตลาดโลกปีนี้จะปรับลดลงอยู่ที่ 16 เซนต์/ปอนด์ จากปีก่อน 19 เซนต์/ปอนด์ แต่อุตสาหกรรมนี้ราคาวัตถุดิบมักจะลดลงตามราคาขายทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อมาร์จิ้นมากนักขณะที่ไตรมาส 2/58 ภาพรวมอาจจะยังขาดทุนอยู่ แต่ครึ่งปีหลังจะพยายามพลิกเป็นกำไร ตอนนี้เสนองานลูกค้าไป 2 โปรเจกต์ใหญ่ รวม 80 ล้านบาท ถ้าได้ก็จะทำให้ทั้งปีมีกำไรได้ โดยคาดรู้ผลในไตรมาส 3/58 นี้แน่นอน เป็นการทำแอพพลิเคชั่นและจัดงานอีเวนท์ให้ลูกค้า ถ้าได้ก็จะรับรู้รายได้ในปีนี้ทั้งหมด MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยมาทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบแนวโน้มลง RSI ฟื้นตัวทดสอบระดับ 50 นอกจากที่เข้ามาสนับสนุนแล้ว MACD วานนี้ ได้เกิดสัญญาณบวก จากการตัดเส้นแกน 0 ขึ้นมา ซึ่งหากมองการเกิดสัญญาณรอบดังกล่าวในรอบที่ผ่านมา จะเห็นว่าราคาจะสามารถดีดตัวต่อได้ในระยะถัดไป ทำให้ครั้งนี้ยังคงหวังว่าราคาจะสามารถขึ้นต่อได้ โดยมองเป้าหมายที่ 4.94 บาทขณะที่บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ โคมไฟ LED Downlight สำหรับผู้ที่รักและหลงใหลในความเรียบ เท่ห์ ของหลอดไฟที่ใช้ในบ้าน ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากแรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตประจำวัน,แนวรับ 3.76-3.80 บาท PTT เทรดคึกคัก กูรูให้เป้าสูงลิบ 394 บ.จ่อบันทึกเงินขาย PT.MAR ช่วง Q2 CHO คาดบันทึกกำไรพิเศษงานรถเมล์ NGV ราว 50-70 ลบ.ดันกำไรปีนี้โตกระโดด ,ทิศทางในบ่ายนี้ SET เคลื่อนไหวแกว่งตัวในช่วงเช้าโดยทิศทางที่เกิดขึ้น ตลาดดีดตัวจากแนวรับใหม่ที่ 1495 จุด ขณะที่ทรงกราฟยังแสดงภาพออกจากช่องแนวโน้มลงแล้วก่อนหน้า ยังแสดงเป็นสัญญาณขาขึ้น แต่วันนี้ยังแกว่งตัวที่กรอบ 1495-1505 จุดในแดนบวกได้ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นขาขึ้นทดสอบแนวต้านต่างๆในลำดับถัดไป แนะนำเลือกซื้อหุ้นที่รูปแบบกราฟที่มีสัญญาณเตรียมเป็นขาขึ้นโดยเป็นสัญญาณเริ่ม breakout เลือกเก็งกำไรโดยแนะนำซื้อแนวรับ-ขายแนวต้านมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 41,147.47 ล้านบาท นายฮารุฮิโกะ คูโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า เงินเยนของญี่ปุ่นไม่มีแนวโน้มจะอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยความเห็นของนายคูโรดะเป็นปัจจัยหนุนให้เงินเยนพุ่งขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐ แนะนำซื้อ SAMCO โดยมีแนวรับที่ 5.05 และ 5.00 และมีแนวต้านที่ 5.50 และ 5.65 เป็นจุดขายทำกำไร。

SET50 Index Futures: แม้จะทะลุแนวต้านรอบเช้าที่วางไว้ 990-993 จุด แต่ยังขอกดน้ำหนักชะลอไว้ก่อน เพราะประเมินดีสุดยังน่าจะติด 1000 จุด และรอบบ่ายมีโอกาสชะลอสู่แนวรับ 990-991 จุด เพื่อปิด Gap ที่เปิดไว้ในรอบเช้าที่ผ่านมา การที่จะยืนยันได้ว่าระดับ High รอบเช้าที่ผ่านมา 1000.50 จุด คือ Peak สั้นๆ จะต้องเกิดการถอยลงมาแตะ 985 จุดในช่วงบ่ายวันนี้MAJOR/32.25 ยก Low ขึ้นได้ตลอด 3 วัน และมีโอกาสทดสอบ EMA -25 ตามแรงซื้อที่เข้ามาหนุน เก็งกำไร แนวรับ 31.50 แนวต้าน 34.00 cut loss 31.00 บ.、สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก, ค่าคอมมิชชั่น ที่จะเกิดจากบริษัท โยชิโน มุ่งพัฒนา (ประเทศไทย) จำกัด และเงินปันผลที่จะได้จาก 3 บริษัท ได้แก่ TP ที่ MOONG ถือหุ้นในสัดส่วน 47% บริษัท พีเจ้นอินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 2.5% และบริษัท โยชิโน มุ่งพัฒนา (ประเทศไทย) ถือหุ้นในสัดส่วน 6%ฟิทช์มองว่าส่วนแบ่งทางการตลาดด้านรายได้ของ DTAC ซึ่งปรับตัวลดลง ไม่น่าจะมีผลกระทบในแง่ลบต่ออันดับเครดิตทันที เนื่องจากอันดับเครดิตได้พิจารณาถึงการแข่งขัน และการลงทุนที่สูงขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ DTAC จะยังคงแข็งแกร่ง และอัตราส่วนหนี้สินยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอันดับเครดิตปัจจุบัน บริษัทมีแผนที่จะเน้นการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากกว่าการแข่งขันด้านราคา ฟิทช์เชื่อว่า DTAC จะยังคงได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ภาครัฐ (Regulatory cost) ที่ปรับตัวลดลง หลังจากที่บริษัทย้ายผู้ใช้บริการไปยังระบบใบอนุญาต จากระบบสัมปทานแต่ราคาหุ้น Grand ที่เคยปรับลงมาต่ำกว่า 1.29 บาท ถือว่าเป็นเรื่อง surprise สำหรับ PF ขณะที่ PF ไม่อยากให้ราคาหุ้นลงมาต่ำกว่า 1.29 บาท ซึ่งจะทำให้ได้รับ GRAND ในสัดส่วนที่มากเกินไป อีกทั้งการมีรายการรอการทำเทนเดอร์ฯที่ 1.29 บาท นั่นคือจนถึง 16 มิ.ย.58 ซึ่งเป็นวันที่คาดว่าจะทำเทนเดอร์ฯหุ้น GRAND อาจกล่าวได้ว่าจะมีแรงพยุงราคาหุ้น GRAND ไม่ให้ต่ำกว่า 1.29 บาท อยู่นั่นเอง เพราะหากต่ำกว่าก็จะมีแรงซื้อเพื่อไปทำเทนเดอร์ฯ, เอาอีกแล้ว! KTIS บิ๊กล็อตรอบ 2 มูลค่ากว่า 1.09 หมื่นลบ.ด้านกราฟจะเห็นราคาหุ้นลงต่ำ แต่การฟอร์มตัวจินตนาการได้เป็น W-shape หากเป็นงั้นราคาตรงนี้คือจุดต่ำสุด และถ้ากระชากตัวไปลิ่งที่ 1.90 บาท จะทำให้โครงสร้างเปลี่ยนเป็นขาขึ้นในทันที ตรงนี้ความเสี่ยงต่ำ ราคา undervalue รอข่าวบวกแรง ต้องซื้อนะตัวเอง BIG โตไม่ยั้ง! เบียดคู่แข่งตกขอบ มั่นใจปี 58 รายได้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10%,โดยโครงการที่พัฒนาให้กับพรีโม่ เอ็นเนอร์จี เป็นลักษณะเทิร์นคีย์ (โครงการที่พัฒนาจนแล้วเสร็จในสภาพพร้อมใช้งานแล้วจึงส่งมอบแก่ผู้ซื้อ) คือ พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า พร้อมใบอนุญาตและจัดโครงสร้างการลงทุนพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของโครงการผ่านบริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทย่อย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเป็นอย่างดี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการได้ทันทีหลังจากนี้, SUPER คาด H2/58 โตโดดเด่นจากโรงไฟฟ้า COD อีก 500 MW ช่วงปลายปีนี้SAMกรอบ1.58-1.68 LIT แจง SVOA ขายบิ๊กล็อตกว่า 10 ล้านหุ้น เพื่อจัดโครงสร้างการเงินสำหรับการดำเนินเงินภาพรวมของ IRCP อยู่ในช่วงเตรียมยื่นประมูลงานใหม่หลายงานมูลค่า 3 พันล้านบาท ซึ่งจากการบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจทางด้านไอทีและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนานก็คาดว่าจะได้งานแน่นอนSTEC ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นต่อหลังพักตัวสร้างฐาน กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์ พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุน เครื่องมือ DI+ พุ่งชี้ขึ้นอีกครั้ง มีแนวต้านแรกที่ 24.00 บาท และเป้าหมายระยะกลางที่ 25.00 บาทอิทธิพลของตลาดในช่วงนี้คงจะอยู่ที่สภาพคล่องจากในประเทศมากกว่า แต่ก็มองว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง เนื่องจากเวลานี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อตลาดหุ้นไทยTHCOM (BUY: Consensus [email protected]) : ปี 58-59 คาดกำไรโตปีละ 23.5% จากไทยคม 7 ที่รับรู้รายได้เต็มปี 58 เป็นปีแรก ขณะที่ Utilization Rate ปัจจุบันอยู่ที่ 40% ซึ่งจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามยอด Presale ที่มีอัตราจองเต็มแล้ว และปี 59 จะเริ่มรับรู้รายได้ของไทยคม 8 ในช่วง 2H59 + ราคาปัจจุบันยังมี Upside 33% จึงแนะนำ ซื้อ,ฟิทช์มองว่าส่วนแบ่งทางการตลาดด้านรายได้ของ DTAC ซึ่งปรับตัวลดลง ไม่น่าจะมีผลกระทบในแง่ลบต่ออันดับเครดิตทันที เนื่องจากอันดับเครดิตได้พิจารณาถึงการแข่งขัน และการลงทุนที่สูงขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ DTAC จะยังคงแข็งแกร่ง และอัตราส่วนหนี้สินยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอันดับเครดิตปัจจุบัน บริษัทมีแผนที่จะเน้นการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากกว่าการแข่งขันด้านราคา ฟิทช์เชื่อว่า DTAC จะยังคงได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ภาครัฐ (Regulatory cost) ที่ปรับตัวลดลง หลังจากที่บริษัทย้ายผู้ใช้บริการไปยังระบบใบอนุญาต จากระบบสัมปทาน、oddschecker football、PTTE28C1507A +80.0% (PTTEP +3.8%) ,SAMA28C1510A +25.0% (SAMART +4.0%)อย่างไรก็ตาม วันนี้ (11 มิ.ย.) RPC ระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางหนังสือพิมพ์ว่า สยามราชจะเข้าซื้อหุ้นของ RPC จากผู้ถือหุ้นใหญ่นั้น บริษัทได้สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวกับทางผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้บริหารได้รับแจ้งว่าไม่เคยติดต่อและเจรจากับทางสยามราชดังที่เป็นข่าว โดยข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.