China, What's Next?

123slot: China’s Challenges: Environment

บอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2019 วัน นี้, นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวถึงผลกระทบกรณีที่กรีซปฏิเสธมาตรการรัดเข็มขัดตามข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้เพื่อแลกกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินว่า คงจะมีผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนไทยไม่มากเท่ากับกรณีที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ซึ่งประเด็นนี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าแนวต้าน 22.30-22.70 บาท, หุ้นแนะนำภาคบ่าย: ทยอยสะสม ADVANC (คาดปันผลระหว่างกาลช่วยประคองราคาหุ้น และราคาหุ้นในครึ่งปีหลังมักปรับดีขึ้นสะท้อนการเข้าสู่ high season ช่วงไตรมาส 4-1, เป้าหมายทางกลยุทธ์ 245-250 ตัดขาดทุน 233), เก็งกำไร TPOLY (คาดผลประกอบการครึ่งปีหลังฟื้นตัวจากงานมาร์จิ้นต่ำหมดลง และมูลค่าที่แฝงจากการถือหุ้น TPCH, เป้าหทางกลยุทธ์ 5.80-6.00 ตัดขาดทุน 5.00) เบื้องต้นบริษัทยังมั่นใจว่า ภายใต้โครงการ โซลาร์ชุมชน นี้จะได้รับงานอย่างน้อย 40 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นได้รับใบอนุญาตจ่ายไฟจากหน่วยงานราชการต่างๆ 20 เมกะวัตต์ และการรับเหมาก่อสร้าง (EPC) อีก 20 เมกะวัตต์IRPC28P1509A +20.5% (IRPC -5.0%)JAS28C1510Aสรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET รีบาวด์ SET ฟื้นตัวด้วย Technical rebound มาพอดีกับจังหวะแรงซื้อกลับในกลุ่มแบงก์ ซึ่งตลาดเริ่มเห็นถึงความน่าสนใจด้านมูลค่าพื้นฐาน หลังราคาหุ้นปรับลงมามาก และได้กลุ่ม ICT หนุนอีกแรง จากความคืบหน้าประมูล 4G ส่วนประเด็นกรีซช่วงเช้านิ่งๆ เนื่องจากรอความคืบหน้าอีกครั้งจากการประชุมยูโรกรุ๊ปเย็นนี้ ด้าน SET ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1478.34 จุด (+0.35%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.7 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และ ICT หนุนตลาด ปิดบวก +1.0% และ +1.3% ตามลำดับ ส่วนพลังงาน ปิดลบเล็กน้อย -0.5% แม้ราคาน้ำมันดิบลงแรงเมื่อคืน ด้านตลาดภูมิภาคบวกลบคละเคล้า BCP คาดกำไรสุทธิ Q2/58 สูงกว่า Q1/58 กางแผนนำบ.ย่อยเข้าตลาดโดยมียอดจองเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ทำให้ธนาคารขยายจำนวนเสนอขายหุ้นกู้เป็นจำนวน 1,000 ล้านมาเลเซียริงกิต หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,000 ล้านบาท จากเดิมที่ธนาคารมีแผนเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 500 ล้านมาเลเซียริงกิตราคาปิด 3.14 ตัดขาดทุน 2.98นอกจากนี้ให้ติดตามตัวเลข ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ ในคืนนี้ แต่คาดว่าไม่น่าสนใจเท่าการประชุมร่วมรัฐมนตรีคลังยูโรโซนในวันพรุ่งนี้ เบื้องต้นมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้ระหว่าง 33.75-33.90 บาท/ดอลลาร์ ,SET ปิด 1,489.59-2.03 หุ้นยุโรปปิดลบ หลังชาวกรีซเมินแผนรัดเข็มขัดSET ปิด 1,473.23-16.36, PAE ลุ้นพลิกมีกำไรในปีนี้ เผยยื่นประมูลงานกว่า 1 พันลบ.รู้ผล H2/58、เกมสล็อตออนไลน์918、ขณะที่ดัชนี MSCI Asia Pacific ดีดตัวขึ้น 0.4% แตะ 144.06 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว แนวรับ 0.68-0.71 บาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC ณ เวลา 15.08 น.อยู่ที่ 6.20 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 21.57% เปิดตลาดที่ 5.25 บาท ระหว่างวันแตะระดับต่ำสุดที่ 5.25 บาทและปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 6.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 241.39 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยโดยรวมบวก0.14%。

เอทีพี 30 ยื่นไฟลิ่งก.ล.ต.แล้ว เตรียมขาย IPO 160 ล้านหุ้น หวังเทรด maiแผนการลงทุนที่สูง แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนได้: กระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานของบริษัทฯ น่าจะเพียงพอสำหรับการลงทุนที่ผ่านการอนุมัติแล้วของบริษัทฯ จำนวน 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (59.2 พันล้านบาท) ในปี 2558 2562 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่กำลังพิจารณาอยู่ในห้าปีข้างหน้าอีกจำนวน 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (150.7 พันล้านบาท) ซึ่งค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนดังกล่าวสามารถเลื่อนออกไปได้ในกรณีที่ภาวะอุตสาหกรรมไม่เอื้ออำนวยสำหรับทิศทางธุรกิจในระยะยาว VNG มีแผนชัดเจนที่จะมุ่งไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อเพิ่มอัตรากำไรและลดความผันผวนของผลประกอบการในอนาคต โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือการดัดแปลงสายการผลิต Particle Board 3 แสน ลบม./ปี ที่สุราษฏร์ธานี มาผลิตเป็นสินค้า MDF ที่ให้ margin สูงกว่า (ทำช่วงไตรมาส 4/58-1/59) ทั้งนี้ บริษัทต้องการแนะนำธุรกิจบริการรับส่งบุคลากรให้เป็นที่รู้จักและเชื่อมั่นต่อกลุ่มนักลงทุน ซึ่งจะเน้นการให้ข้อมูลทางธุรกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการรถรับส่งบุคลากรที่มีมาตรฐานขององค์กรต่างๆที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนรถรับส่งและพัฒนามาตรฐานการดำเนินงาน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างเพียงพอ โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำบริการรถรับส่งบุคลากรที่มีมาตรฐานด้านการบริการและความปลอดภัยสูงสุดของประเทศ มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยศักยภาพของจำนวนรถที่ให้บริการที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ทำให้เชื่อว่าบริษัทมีโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน อย่างต่อเนื่องขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากข้อมูลภาคบริการที่สดใส หลังจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย. โดยดัชนีภาคบริการของ ISM อยู่ที่ระดับ 56.0 ในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 55.7 ในเดือนพ.ค.,ขณะที่ราคาหุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGCราคาทรงตัวอยู่ที่ 68 บาท สูงสุดที่ 68.50 บาท ต่ำสุดที่ 67.25 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 222.79 ล้านบาทAKR (Bt 1.94 เป้าเทคนิค 2-2.20 cut loss ถ้าหลุด 1.87)UREKA ซื้อเก็งกำไร วิกฤตหนี้กรีซหนุนแรงซื้อทอง ปิดวานนี้บวกเกือบ 10 ดอลล์ ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางลดต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มเติม อาทิ การลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อนำมาใช้ในโรงงาน การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ TAE รัฐเตรียมเปิดประมูลข้าวเน่าจากโครงการจำนำข้าวประมาณ 5.8 ล้านตัน เพื่อให้เอกชนนำข่าวดังกล่าวไปใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงด้านพลังงานหรือเอทานอล ตอนนี้มีผู้สนใจเข้าประมูลแล้วประมาณ 7 ราย เด็กแนวมองว่าหนึ่งในนั้นคือ TAE นี่แหละ เพราะเป็นผู้ผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล และหากได้ข้าวเน่าซึ่งต้นทุนต่ำมาชดเลย จะทำให้บริษัทมีอัตราการทำกำไรที่กระโดดขึ้นอย่างมาก นี่เป็นปัจจัยบวกอย่างดีให้แก่บริษัท นอกจากนี้บริษัทเตรียมแผนในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีใช้อยู่ 3 MW ซึ่งในส่วนเพิ่มจะเป็นรายได้จากการขายไฟในอนาคตเข้ามา และที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือคุณแม่ LANNA ที่ถือหุ้นอยู่ 51% เตรียมบุกไปทำพลังงานไฟฟ้าอย่างแรง งานนี้ TAE หวังมีเอี่ยวถือหุ้นด้วยเช่นกัน ด้านผลประกอบการ Q1 ทำกำไร 117 ล้านบาทโตขึ้นราว 10% ถ้ายิ่งลดต้นทุนด้วยข้าวมาหมักได้จะทำให้กำไรดีขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้านับกำไรเฉลี่ยจากตัวเลขเก่า ก็ถือว่า TAE มีค่า PE ในอนาคตต่ำเพียง 8 เท่าแค่นั้นเองจัดว่าถูกเกินไปอ่ะ ถ้าให้ PE ที่ 10 เท่าราคาขั้นต่ำควรอยู่ 4.70 บาท ถ้าให้ 12 เท่า เป้าเหมาะสมคือ 5.6 บาทสำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุนของ ATP30 เพื่อเพิ่มจำนวนรถรับส่งบุคลากร ขยายธุรกิจ-บริการให้ครอบคลุมเขตพื้นที่ภาคตะวันออก พัฒนาศูนย์อบรมและหลักสูตรนักขับ พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับบริหารการเดินรถ ปรับปรุงศูนย์ซ่อมบำรุงพื้นที่ชลบุรีให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำบริการรถรับส่งบุคลากรที่มีมาตรฐานด้านการบริการและความปลอดภัยBDMS Trading buy ปิด 19.8 แนวรับ 19.6-19.2 แนวต้าน 20.2-20.6,JTS เราเห็นราคาหุ้น JTS ฮึดฮัดขึ้นมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ว่าไปแล้วราคาหุ้นมันก็ต่ำเกินไปและอยู่ในแดน Oversold มาเป็นเดือนจึงไม่แปลกอะไรเมื่อหุ้นเล็กกลับมาเล่นหุ้นตัวนี้ก็น่าจะเล่นด้วยเหมือนกัน แต่มันมีอะไรซ่อนมากกว่านั้น เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน กสทช. ได้ไฟเขียวเห็นพ้องให้มีการนำสายโทรคมนาคมทั้ง กทม. ลงไปใต้ดินในส่วนที่เหลือ ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งยังไม่ได้ทำ และมูลค่าก็อาจจะอยู่ราวๆ 1.8 หมื่นล้านบาท เป็นการประกาศโครงการนำร่องอย่างเป็นทางการสำหรับการนำสายลงดินนี้ เนื่องจากปัจจุบันระบบเทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆ ไหนจะมี cable จากทีวีต่างๆ ไหนจะมี interner ระบบต่างๆ วางไปตามสายไฟ สายโทรศัพท์ มัดกันเป็นก้อนใหญ่ๆ อยู่บนเสาจนเอียง ซึ่งรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว จึงต้องประกาศเร่งทำอย่างจริงจังก่อนทีเสาจะล้มลงมาซะก่อน งานนี้ JTS ซึ่งเป็นลูกของ JAS และมีความชำนาญเรื่องการวางสายแบบนี้อยู่แล้วจึงเต็งจ๋าที่จะรับงานนี้ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางลดต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มเติม อาทิ การลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อนำมาใช้ในโรงงาน การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในยูโรโซน หลังจากผลการลงประชามติระบุว่า ชาวกรีซมากกว่า 60% คัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดจากทางเจ้าหนี้ ส่งผลให้กรีซมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งอาจทำให้กรีซประสบภาวะล้มละลาย และต้องออกจากยูโรโซน นอกจากนี้ บริษัท บางจากฯ ยังมีโครงการสนับสนุนนำผลผลิตทางการเกษตรที่บางครั้งออกมามากในช่วงฤดูกาลนั้นๆ จนประสบกับภาวะราคาตกต่ำ เช่น ไข่ไก่ มะนาว หอม กระเทียม ข้าว ฯลฯ โดยนำมาเป็นของสมนาคุณลูกค้าที่เติมน้ำมันบางจาก ช่วยรองรับผลผลิตทางการเกษตรในภาวะราคาตกต่ำ และสร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนนอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้ประกาศการหยุดรับคำร้องขอขายไฟฟ้าในแบบ Adder ของการไฟฟ้าทั้งสามได้แก่ กฟผ. กฟน. และ กฟภ. มีผลใช้บังคับถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ดังนี้。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’